เคล็ดลับดูแลเสื้อขาวให้ดูใหม่เสมอ ฉบับทำเองได้ที่บ้าน
เป็นเหมือนกันไหมครับ ซื้อเสื้อสีขาวตัวโปรดมาใหม่ ใส่แล้วรู้สึกออร่าจับสุดๆ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน จากสีขาวสว่างตา กลับกลายเป็นสีขาวตุ่นๆออกเหลือง หรือมีคราบเหงื่อไคลสะสมจนไม่กล้าหยิบมาใส่ บอกเลยว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับคุณแค่คนเดียวครับ
การดูแล เสื้อผ้า สีขาวให้ขาวจั๊วะ เหมือนเพิ่งแกะถุงมาใหม่ ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือเรื่องของเทคนิคครับ วันนี้ผมจะมาแชร์เคล็ดลับแบบจัดเต็ม ตั้งแต่ขั้นตอนการแยกผ้าไปจนถึงสูตรลับจากก้นครัว ที่จะเปลี่ยนเสื้อหมองๆ ให้กลับมาดูดีเหมือนใหม่กันครับ
1.กฎเหล็กข้อแรก อย่าซักรวมกับสีอื่น
หลายคนมักง่าย (ผมก็เคยครับ) คิดว่าซักรวมๆไปเถอะ แค่เสื้อสีอ่อนๆ เอง แต่ความจริงคือ ผ้าสีขาวคือฟองน้ำชั้นดี ที่พร้อมจะดูดซับสีกระเซ็นหรือคราบสกปรกจากผ้าชิ้นอื่น แม้จะเป็นสีพาสเทลก็ตาม
- แยกผ้าขาวบริสุทธิ์ออกมา: ซักเฉพาะผ้าขาวด้วยกันเท่านั้น
- เช็กของในกระเป๋า: ทิชชู่หรือใบเสร็จเล็กๆ คือตัวการทำผ้าพังเบอร์ต้นๆ เลยครับ
2.พลังของน้ำอุ่น (แต่ต้องดูป้ายด้วยนะ)
น้ำเย็นอาจจะช่วยถนอมใยผ้า แต่ถ้าพูดถึงการขจัดคราบมันและคราบเหงื่อ น้ำอุ่น คือพระเอกครับ น้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส จะช่วยละลายไขมันจากร่างกายที่เกาะตามคอเสื้อและใต้วงแขนได้ดีกว่า
ข้อควรระวัง
อย่าลืมเช็กป้าย Care Label ที่เสื้อนะครับ ถ้าเป็นผ้าใยสังเคราะห์บางชนิดเจอน้ำร้อนจัดอาจจะหดจนกลายเป็นเสื้อหมาแมวได้
3.สูตรเด็ดจากก้นครัว พลังธรรมชาติที่เคมีทำไม่ได้
บางครั้งน้ำยาซักผ้าแรงๆ ก็สู้ของใช้ในบ้านไม่ได้ครับ นี่คือ 3 ฮีโร่ที่ผมแนะนำ
- เบกกิ้งโซดา (Baking Soda): ผสมเบกกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยตวงลงในช่องซักผ้า ช่วยปรับค่า pH ของน้ำให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดกลิ่นอับ
- น้ำส้มสายชูขาว: ใช้แทนน้ำยาปรับผ้านุ่มได้เลยครับ นอกจากจะช่วยให้ผ้าขาวขึ้นแล้ว ยังช่วยสลายคราบผงซักฟอกตกค้างที่ทำให้ผ้าแข็งกระด้าง
- น้ำมะนาว: สำหรับคราบเหลืองเฉพาะจุด บีบน้ำมะนาวลงไปแล้วโรยเกลือ ทิ้งไว้สักพักก่อนซัก รับรองว่ากริบ
4.หยุดใช้น้ำยาฟอกขาวพร่ำเพรื่อ
ฟังดูย้อนแย้งใช่ไหมครับ อยากผ้าขาวแต่ให้หยุดใช้น้ำยาฟอกขาว ความจริงคือ น้ำยาฟอกขาวที่มีส่วนผสมของคลอรีน หากใช้บ่อยเกินไปจะทำให้เส้นใยผ้าอ่อนแอลง และเมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนในเหงื่อ มันจะทิ้งคราบเหลืองถาวรไว้แทน
ทางเลือก: ลองมองหา Oxygen Bleach (สารฟอกขาวแบบออกซิเจน) แทนครับ จะถนอมผ้ามากกว่าและไม่กัดมือ
5.แสงแดดคือเครื่องฟอกขาวธรรมชาติ
ถ้าคุณมีพื้นที่ตากผ้ากลางแจ้ง บอกเลยว่าโชคดีมากครับ เพราะ รังสี UV จากแสงแดด มีคุณสมบัติในการฟอกขาวโดยธรรมชาติ การตากผ้าขาวกลางแดดจัดๆ จะช่วยให้ผ้าดูสว่างขึ้นและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดีเยี่ยม
Trick: กลับด้านเสื้อผ้าก่อนตากเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าด้านนอกกรอบแดดจนเกินไป
6.อย่าใส่เสื้อผ้าซ้ำ (ถ้าไม่จำเป็น)
คราบเหลืองที่แก้ยากที่สุดไม่ใช่คราบแกงครับ แต่คือคราบสะสมจากน้ำมันบนผิวหนังและเหงื่อของเราเอง หากคุณใส่เสื้อขาวไปลุยมาทั้งวันแล้วเก็บไว้ซักอาทิตย์หน้า คราบเหลืองจะฝังลึกจนซักไม่ออก ทางที่ดีคือใส่แล้วซักทันที หรืออย่าทิ้งไว้นานเกิน 2 วันครับ
สรุป
การรักษา เสื้อผ้า สีขาวให้ดูใหม่ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการแยกผ้า เลือกใช้น้ำอุ่น และหยิบของใช้ในครัวมาประยุกต์ใช้ เพียงเท่านี้เสื้อตัวเก่งของคุณก็จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่กลายเป็นผ้าขี้ริ้วก่อนเวลาอันควรแน่นอน